บทที่ 5 ความลับในส่วนลึก
ความลับในส่วนลึก
เช้าวันรุ่งขึ้น...
อัครินทร์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังสางตามความเคยชินของคนที่ใช้ชีวิตเป็นระบบมานานหลายปี ร่างสูงในชุดลำลองสีเทาเข้มเดินออกมายืนที่ระเบียงห้องพัก ลมยามเช้าพัดเอื่อย ๆ พาไอเย็นเข้ามาปะทะใบหน้า เขาทอดสายตามองลงไปยังสวนด้านล่าง ก่อนจะเลื่อนไปยังเรือนพักคนงานที่ปลูกเป็นห้องแถวอยู่ด้านหลังของบ้านใหญ่
บริเวณนั้นเงียบ ไม่มีแม้แต่เงาของหญิงสาวที่เขาเห็นเมื่อวาน อัครินทร์ยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินลงมาชั้นล่าง
เมื่อก้าวออกมาทางประตูหลังบ้าน ก็พบป้าสายกำลังกวาดใบไม้ที่ร่วงเกลื่อนอยู่บนพื้นทางเดิน
“อ้าว... คุณอัค ตื่นเช้าจังเลยค่ะ ป้านึกว่าหยุดงานทั้งที น่าจะนอนตื่นสายอีกสักหน่อยนะคะ”
อัครินทร์ยิ้มบาง ๆ
“ชินแล้วครับ” เขาตอบสั้น ๆ พลางทอดสายตาไปยังเรือนพักคนงานอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจนัก แต่สายตาเพียงแวบเดียวนั้น กลับไม่พ้นสายตาของป้าสาย
หญิงสูงวัยหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างคนรู้ทัน
“ยัยมุก... ป่านนี้ไม่อยู่แล้วค่ะ”
อัครินทร์หันกลับมามองทันที
ป้าสายจึงพูดขึ้นต่อ “ไปมหาลัยตั้งแต่ไก่โห่แล้วค่ะ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะยกข้อมือที่มีนาฬิกาขึ้นดูเวลา
“เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งเอง... ไปเช้าขนาดนี้ทุกวันเลยเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ...” ป้าสายพยักหน้ “ยัยมุกกลัวรถติด แล้วก็ไม่ชอบไปสาย บางวันต้องแวะห้องสมุดก่อนเข้าเรียนอีก เลยออกจากบ้านแต่เช้าทุกวัน”
อัครินทร์พยักหน้ารับเบา ๆ “แล้วเดินทางไปยังไงครับ”
“แล้วแต่วันค่ะ... วันไหนรีบก็เรียกแท็กซี่ วันไหนไม่รีบก็นั่งรถเมล์ แต่ส่วนใหญ่... ถ้าเพื่อนผ่านมา ก็จะติดรถเพื่อนไป”
คำว่า ‘เพื่อน’ ทำให้อัครินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง
เขาเสมองไปทางอื่น ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป
“เพื่อนผู้หญิงเหรอครับ”
“ก็ค่ะ...” ป้าสายส่ายหน้ายิ้มเอ็นดู “มีบ้าง ผู้ชายบางที่ก็เพื่อนผู้หญิงค่ะ”
คำตอบทำให้ดวงตาคมของอัครินทร์เข้มขึ้น เขาเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ยังฟังราบเรียบเหมือนเดิม
“เขาสนิทกับคนอื่นง่ายเหรอครับ”
“ก็ไม่ ป้าก็เห็นไม่กี่คน ที่แวะเวียนมารับ แต่ยัยมุกบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมคณะค่ะ ...แต่ป้าดูแล้วเด็กพวกนั้นนิสัยดีนะคะ มารับมาส่งบ่อย ๆ ป้าก็เคยเจออยู่หลายครั้ง หน้าตาดี ๆ กันทั้งนั้น ยิ่งเพื่อนผู้ชายหน้าตาก็หล่อเอาเรื่อง อย่างกับพระเอกเกาหลีเชียวล่ะ”
ป้าสายพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ถึงจะไม่รู้จักดาราสมัยนี้ แต่ได้ยินเด็ก ๆ พูดกัน นางก็เปรียบเปรยตาม
และคำพูดนั้นทำให้อัครินทร์เม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตัดบทสั้น ๆ
“ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
“อ้าว...”
ป้าสายมองตามร่างสูงที่เดินกลับเข้าตัวบ้านด้วยสีหน้างุนงง
“ยังพูดไม่ทันจบเลย...” หญิงชรายิ้มขำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนส่ายหน้า “แค่นำคุยเรื่องยัยมุกนิดเดียว ทำไมรีบเดินหนีเสียอย่างนั้น”
อัครินทร์เดินกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในหัวกลับมีเพียงคำพูดของป้าสายดังซ้ำไม่หยุด
‘บางทีก็มีผู้ชายมารับมาส่ง’
เขาเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่รู้ตัว
เรื่องของมุกดาจะมีใครมารับหรือไปส่ง เกี่ยวอะไรกับเขา...
คำถามนั้นผุดขึ้นในหัว แต่กลับไม่มีคำตอบ
แต่เมื่อคิดถึงภาพเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น ทำให้ความรู้สึกบางอย่างในอกหนักอึ้งจนน่าหงุดหงิด ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์รู้สึกเช่นนั้นเลย...
หลังกลับขึ้นห้องได้ไม่นาน อัครินทร์ก็พบว่าตัวเองไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลย แฟ้มเอกสารที่หยิบขึ้นมาเปิดยังอ่านไม่ถึงสองหน้า หนังสือพิมพ์ธุรกิจที่เคยอ่านเป็นกิจวัตรก็ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะกาแฟ ส่วนแก้วกาแฟร้อนที่ป้าสายนำมาให้ก็แทบไม่ได้แตะ
ไม่ว่าจะพยายามหาอะไรทำ...
ภาพของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ก้มหน้ารับคำตำหนิจากผู้เป็นแม่เมื่อวาน ก็ยังวนเวียนอยู่ในความคิดไม่ยอมหายไป
สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างหมดความอดทน
“ให้มันได้อย่างนี้ซิ!”
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง เตรียมออกจากบ้าน
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็พบคุณหญิงดารินทร์กำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่ในห้องรับแขก
ผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้นมองทันที
“จะไปไหนเหรอลูก...” น้ำเสียงนั้นเจือความไม่พอใจอยู่ “บอกว่าจะพักงานสักระยะ ปล่อยให้ลูกน้องจัดกันแทนไง แต่นี่กลับมานอนไม่ทันข้ามวัน ก็จะออกไปอีกแล้วเหรอ"
หญิงสูงวัยประชดเบา ๆ แล้วถอนหายใจทิ้ง
“แม่ว่าถึงเวลาแล้วนะ...ต้องหาเมียให้ลูก เผื่อจะมีคนดึงให้อยู่ติดบ้านกับเขาบ้าง”
อัครินทร์หลุดยิ้มบาง ๆ อย่างคนทำอะไรไม่ถูก
“ผมยังไม่พร้อมดูแลผู้หญิงคนไหนหรอกครับ”
“พูดแบบนี้ทุกที แล้วที...” เธอหยุดพูดแล้วส่ายหน้า “แม่ก็แก่ขึ้นทุกวัน ก็อยากอุ้มหลานสักคน...มันมากเกินไปหรือไง"
ชายหนุ่มยิ้มอ่อน “ผมขอตัวก่อนนะครับ เย็น ๆ จะรีบกลับ”
พูดจบ อัครินทร์ก็เดินตรงไปยังโรงรถ เขาโบกมือห้ามบอดี้การ์ดกับคนขับรถที่กำลังจะเดินตามให้หยุดอยู่แค่นั้น...
